วันอังคารที่ 20 สิงหาคม พ.ศ. 2556

--> ความรู้คู่สุขภาพ & ความงาม (1)




ความรู้...คู่สุขภาพ & ความงาม (1)


 

❀ดื่มน้ำให้ถูกวิธี❀

รวมแล้วควรให้ได้วันละ 14 แก้ว  ดังนี้
1. เวลาตื่นนอนให้ดื่มน้ำอุ่น 4 แก้ว
2. ก่อนอาหารทุกมื้อ มื้อละ 1 แก้ว
3. หลังอาหารทุกมื้อ มื้อละ 1 แก้ว
4. ในเวลา 10.00, 14.00 ,16.00 เวลาละ 1 แก้ว
5. ก่อนนอนดื่มน้ำอุ่น 1 แก้ว
    
เทคนิคในการดื่มน้ำเพื่อสุขภาพ 
ถ้าดื่มในช่วงพระอาทิตย์ยังไม่พ้นขอบฟ้าต้องดื่มน้ำอุ่น  แต่ถ้าพระอาทิตย์พ้นขอบ
ฟ้าแล้ว ให้ดื่มน้ำเย็น   เป็นการกลับคืนสู่ธรรมชาติที่มนุษย์ทุกคน   หลงลืมอิทธิพล
ของพระอาทิตย์พระจันทร์มานาน    ถ้าทำได้ดังที่ว่านั้น ประโยชน์จะเกิดขึ้นกับร่าง
กายของคุณอย่างเห็นได้ชัด เพราะการดื่มน้ำ สามารถทำลายเชื้อแบคทีเรียได้ ทำ
ให้โอกาสในการเป็นโรคภูมิแพ้ต่ำ    สามารถล้างคราบไขมันตามลำคอ   และล้าง
ลำไส้ที่มีความยาว 12 เมตรของมนุษย์ได้    ที่สำคัญ  การดื่มน้ำในจำนวนนี้ทำให้
การขับถ่ายไม่มีปัญหา  สำคัญอยู่ที่ว่า เราจะสามารถดื่มน้ำได้ตามคำแนะนำนี้หรือ
เปล่า ถ้าทำได้   ไม่เพียงจะดีกับสุขภาพของคุณ หากยังประหยัดเงินค่ายาอีกด้วย




❀ลดการใช้สารเคมีด้วยมะนาว ❀

กำจัดมด     เทน้ำมะนาวไปรอบบริเวณที่มดเดินผ่านบ่อยๆ จะช่วยไล่มดไปได้
ใช้เป็นน้ำยาปรับอากาศ   ผสมน้ำมะนาวและน้ำเปล่าในอัตราส่วนที่เท่ากัน แล้ว
นำไปใส่กระบอกฉีดหรือเครื่องพ่นน้ำยาปรับอากาศ  เป็นน้ำยาปรับอากาศ ที่ให้
กลิ่นสดชื่นแบบปราศจากสารเคมี
ทำความสะอาดไมโครเวฟ  นำมะนาวผ่าซีก สัก2ถึง3ชิ้น และน้ำเปล่าใส่ชาม
ไปตั้งอุ่นในไมโครเวฟประมาณ 30 วินาทีถึง 1 นาทีแล้วเช็ดทำความสะอาดให้
ทั่วเตาไมโครเวฟ คราบที่ติดตามผนัง     จะทำความสะอาดได้ง่าย      และช่วย
กำจัดกลิ่นอาหารที่ติดอยู่
กำจัดกลิ่นในตู้เย็น    ใช้มะนาวผ่าครึ่งผลแช่ไว้ในตู้เย็นจะช่วยกำจัดกลิ่นที่ไม่
พึงประสงค์
ทำความสะอาดจาน    ใช้น้ำมะนาว 1ช้อนชา ผสมลงไปในน้ำยาล้างจาน จะ
ช่วยกำจัดคราบไขมันได้ดีขึ้น

 


❀ถ้าไม่อยาก "แก่" ❀

กระเทียม เป็นเครื่องเทศประจำครัวไทย ที่มีสรรพคุณดี ๆ มากมาย เช่น เป็นยาขับ
ลมในลำไส้ แก้ไอ  ขับเสมหะ  และช่วยย่อยอาหาร   นอกจากนั้นในกระเทียม มีสาร
อัลลิซิน  ที่ช่วยลดคอเลสเทอรอลในเลือดได้   การกินกระเทียมสดวันละ 1-3 กลีบ
ต่อวัน จะป้องกันโรคหัวใจ  ป้องกันเลือดจับตัวเป็นลิ่มที่จะก่อให้เกิดการอุดตันของ
หลอดเลือด และหัวใจขาดเลือดได้
ผักและผลไม้   การหมั่นกินผักผลไม้ให้มากเป็นประจำ  รวมถึงธัญพืช และถั่วชนิด
ต่าง ๆ ที่อุดมด้วยวิตามิน แร่ธาตุ และเอนไซม์หลายชนิด   ช่วยให้เซลล์ในร่างกาย
ของเราแข็งแรง กล้ามเนื้อกระชับ  ผิวหนังเต่งตึง นอกจากนี้ ยังมีไฟเบอร์สูง ทำให้
การขับถ่ายดี
เต้าหู้ มีโปรตีนสูงและย่อยง่าย  ยังมีการวิจัยพบว่า โปรตีนจากถั่วเหลืองยังช่วยลด
ระดับคอเลสเทอรอลร้ายในเลือด และเพิ่มคอเลสเทอรอลดี ช่วยป้องกันโรคหลอด
เลือดหัวใจ   ไม่เพียงเท่านั้นถั่วเหลืองยังมีวิตามินและแร่ธาตุสูงอีกหลายชนิด  เช่น
แคลเซียม เหล็ก สังกะสี และวิตามินบี
ปลาทะเล    เช่น แซลมอน ทูน่า ซาร์ดีน เป็นต้น มีกรดไขมันโอเมก้า 3 ที่การมีการ
วิจัยพบว่า ช่วยป้องกันโรคหลอดเลือดหัวใจตีบตัน ช่วยการทำงานของระบบสมอง
ลดความดันโลหิตและไขมันไตรกลีเซอไรด์  เพิ่มระดับคอเลสเทอรอลดี และรักษา
อัตราการเต้นของหัวใจให้ปกติ    ปลาทะเลยังมีซีลีเนียม  และโคเอนไซม์คิว-10 ที่
ช่วยป้องกันไม่ให้เซลล์ทำงานผิดปกติ
ชา  ช่วยชะลอความแก่ ทำให้อายุยืนยาว โดยเฉพาะชาเขียว นอกจากป้องกันโรค
หลอดเลือดหัวใจ   เพราะช่วยลดคอเลสเทอรอล ยังช่วยต้านมะเร็ง และรักษาอนา
มัยในช่องปากได้อย่างดีด้วย

นอกจากนี้    อย่าลืมออกกำลังกาย    และดูแลจิตใจให้สดชื่นอยู่เสมอ    ด้วยการมี
อารมณ์ขันและมองโลกในแง่ดี

    
❀สูตรขจัดสิวหัวดำ❀

ส่วนผสม + วิธีทำ
นำมะเขือเทศสดมาปั่นรวมกับข้าวโอ๊ตให้เข้ากัน แล้วผสมน้ำผึ้งสักเล็กน้อยนำมา
ทา บนใบหน้าให้ทั่ว เน้นเป็นพิเศษบริเวณที่มีสิวหัวดำ แล้วจึงล้างออกด้วยน้ำอุ่น


❀มาร์คพอกหน้าสูตรใบเตย ❀

ส่วนผสม + วิธีทำ 
นำใบเตย4-5 ใบมาหั่นเป็นชิ้นเล็กๆแล้วนำไปปั่นรวมกับไข่ไก่ 2ช้อนโต๊ะจะได้มาร์คพอกหน้า
เป็นครีมข้นๆ หอมกลิ่นใบเตย  พอกหน้าไว้ประมาณ   5-10 นาที แล้วล้างหน้าตามปกติ









❀สูตรสาวหน้าใส ❀

ส่วนผสม + วิธีทำ

ผสมน้ำผึ้ง 1 ถ้วย น้ำมะนาว 1 ช้อนชา เข้าด้วยกัน นำมานวดให้ทั่วใบหน้า มะนาว
จะช่วยขจัดเซลล์ผิว เหมือนครีมที่มีส่วนผสมAHA นั่นแหละ ส่วนน้ำผึ้ง ทำให้ผิวนุ่ม
ชุ่มชื่น  นวดประมาณ 15 นาที










❀บำรุงผิวแห้งด้วยผลไม้สด❀

สูตรแรก องุ่น หรือกล้วยหอม
ส่วนผสม + วิธีทำ
นำองุ่นหรือกล้วยหอมที่กำลังสุกพอดี   อย่าให้งอมเกินไปนัก  ผสมโยเกิร์ตรสธรรม
ชาติ นมสด น้ำผึ้ง   ปั่นรวมกันจนได้เป็นครีมแล้วนำมาพอก   และนวดให้ทั่วผิวกาย
เน้นที่จุดแห้งกร้าน  อย่างข้อศอก  หัวเข่า  เท้า    แล้วทิ้งไว้สักประมาณ 15 นาทีจึง
ค่อยล้างออก

สูตรที่สอง ฝรั่ง
ส่วนผสม + วิธีทำ
การเตรียมสูตรบำรุงผิวจากฝรั่ง ให้เลือก      ฝรั่งสดที่ไม่สุกจนเกินไป  เลือกเฉพาะ
ส่วนที่เป็นเนื้อ หั่นเป็นชิ้นเล็ก ใส่น้ำ และน้ำผึ้ง ปั่นรวมจนเป็นเนื้อครีม   นำมาพอก
หน้าทิ้งไว้ 10 ถึง 15 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด  ทำทุกวันก่อนนอน  หน้าจะ
สดใสและเกลี้ยงเกลาขึ้น

สูตรที่สาม มะม่วง
ส่วนผสม + วิธีทำ
มะม่วงช่วยเพิ่มความชุ่มชื้น ทำให้ผิวเรียบ ลื่น และสดชื่น ป้องกันผิวจากรอยเหี่ยว
ย่นและต้านอนุมูลอิสระ    นำเนื้อมะม่วงสุกมายีหรือปั่น   แล้วนำไปพอกให้ทั่วหน้า
ทิ้งไว้จนรู้สึกว่าแห้งจึงล้างออก จะทำ  ให้หน้าขาวและนุ่มนวลขึ้น โดยสามารถใช้
ได้กับทุกสภาพผิว

สูตรที่สี่ สับปะรด
ส่วนผสม + วิธีทำ
สับปะรดช่วยกำจัดเซลล์ที่ตายแล้วและลดการอักเสบของผิว
 สับปะรดเป็นผลไม้ที่
มีวิตามินเอและวิตามินซีสูง ช่วยต้านอนุมูลอิสระและมีเกลือแร่อีกหลายชนิดช่วย
ทำให้ผิวหน้าชุ่มชื้นขึ้น ให้เตรียมน้ำ สับปะรด น้ำผึ้ง น้ำสะอาด คนให้เข้ากัน พอก
ให้ทั่วบริเวณใบหน้า  ยกเว้นปากและดวงตา   ทิ้งไว้ประมาณ 15-20 นาทีแล้วล้าง
ออก
จะทำให้หน้าเนียนนุ่มชุ่มชื้นขึ้น

สุดท้ายขอฝากเคล็ดลับในการนำผลไม้มาช่วยบำรุงผิวพรรณ     มีหลักการ
ง่าย ๆ 
คือ ต้องสะอาด  ผลไม้ต้องสดใหม่มีคุณภาพดี การปั่นหรือย่อยขนาดจนละเอียด
เพื่อไม่ให้ระคายเคืองต่อผิวหนัง


❀สวยแบบง่ายๆ และ สบายกระเป๋า❀

- ผล Berry ทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็นบลูเบอรี่ ราสพ์เบอรี่ ฯลฯ นับว่าเป็นสุดยอดของ
ผลไม้ที่มีสารต้านอนุมูลอิสระแถมด้วยไบโอฟลาโวนอยดฺ์ วิตามินซีที่จำเป็นต่อการ
ต่อต้านความเสื่อมและยังจำเป็นต่อการเสริมสร้าง เนื้อเยื่อคอลลาเจนและอิลาสติน
ที่ทำให้      ผิวหนังแข็งแรง เรียบเนียน ไม่มีริ้วรอย
- Resveratrol แอนตี้ออกซิแดนต์สำคัญที่พบในองุ่นสีม่วงหรือไวน์แดง  ช่วย

ต่อต้านอนุมูลอิสระ   ลดความเสื่อมความชรา   และช่วยป้องกันภาวะผิวเหี่ยวย่นแก่
ก่อนวัยได้เป็นอย่างดี
- Fish Oil น้ำมันปลาคุณภาพสูง    เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ     ลดการอักเสบทุก
อวัยวะ   โดยเฉพาะอย่างยิ่งการอักเสบของหลอดเลือด ป้องกันโรคหัวใจและหลอด
เลือด และยังเสริมให้เซลล์ประสาทและสมองทำงาน    แข็งแรง มีผลลดการอักเสบ
ของผิวพรรณ   ช่วยลดปัญหาผิวแห้ง    และปัญหาที่แพ้  รับประทานปลาทะเลน้ำลึก
สัปดาห์ละ 2-3 ครั้ง หรือ เลือก Fish Oil แบบแคปซูลได้
- Evening Primrose Oil โอเมก้า 6 ชนิด ที่ช่วยต่อต้านการอักเสบ จึงใช้มากใน
การรักษาโรคภูมิแพ้ ช่วยให้ผิวหนังแข็งแรง มีความชุ่มชื้นตามธรรมชาติ  ลดปัญหา
อาการผิดปกติก่อนมีรอบเดือน PMS ได้เป็นอย่างดี


แถมด้วยอีก 2 สิ่งที่ทำได้ง่ายๆ คือ งดอาหารหวานจัด   และดื่มน้ำเปล่าวันละ 8 แก้ว 
เท่านี้ก็สวยทันตาแบบไม่เปลืองเงินแล้ว


❀วิธีบำรุงผิวด้วยแตงโม ❀

วิธีทำ คือ เฉือนเนื้อแตงโมให้เป็นชิ้นบาง ๆ พอประมาณ คัดเฉพาะที่เป็นเนื้อในสุด 
อย่านำเนื้อแตงโมที่อยู่ใกล้ชิดกับเปลือก เนื่องจากเนื้อส่วนนี้จะมีความเข้มข้นของ

กรดอยู่พอประมาณ และมีความแข็งไม่เหมาะที่จะนำมาใช้ เมื่อได้ชิ้นแตงโมที่ฝาน
บาง ๆ แล้ว นำมาวางไว้บนผ้าขาวบางที่เตรียมไว้จากนั้นนำมาวางปิดลงบนใบหน้า
ให้ทั่ว ทิ้งไว้ประมาณ 10-15 นาที จึงล้างออกด้วยน้ำสะอาด 

สิ่งที่ได้ จากการบำรุงผิวหน้าด้วยแตงโม คือ ความเย็นของแตงโมช่วยผ่อนคลาย

ผิวด้านนอกให้สดชื่น สารสีแดงจากแตงโม  ที่มีแอนตี้ออกซิเดนท์ นอกจากช่วยใน
การบำรุงหัวใจ รวมถึงมะเร็งแล้ว ยังสามารถดูดซับความมันบนใบหน้าได้เป็นอย่าง
ดี ทั้งนี้ ยังอุดมไปด้วยโพแทสเซียม ที่จะช่วยควบคุมระบบการไหลเวียนของโลหิต
ในบริเวณผิวหน้าให้เป็นปกติ    ช่วยให้รูขุมขนมีความยืดหยุ่น   ชุ่มชื่น  อีกทั้งในน้ำ
แตงโม  มีโมเลกุลของน้ำตาลอยู่พอประมาณ   รวมทั้งกรดอะมิโนอีกเล็กน้อย ช่วย
ในการบำรุงผิวได้เป็นอย่างดี


❀สวยแบบประหยัด ❀
 
- ผลไม้มาร์คหน้า

การนำผลไม้ที่รับประทานเป็นประจำมามาร์คหน้า คือการประหยัดและยังช่วยในการ

ดูแลผิวแบบธรรมชาติ   ผลไม้หลาย ๆ ประเภท   จะมีสารสกัดที่ดีต่อผิว เช่น  ผลไม้
เปรี้ยว ๆ อย่าง สับปะรด, มะม่วงสุกมะเฟือง, ส้ม ฯลฯ ที่มีกรดผลไม้ที่ดีต่อการทำให้
ผิวขาวใส เรียบเนียน   ขอแนะนำว่า  ควรผสมอย่างอื่นเพื่อลดความเป็นกรดลงด้วย 
เช่น โยเกิร์ต  หรือน้ำผึ้ง

- สครับริมฝีปาก


ริมฝีปากที่นุ่ม ชุ่มชื่นทำให้ดูดีขึ้น วิธีประหยัด คือ การนำกระวานป่น 1 ช้อนชา มาขั
ด
ริมฝีปากหลังล้างหน้า ถึงแม้จะมีรสเผ็ด แต่ได้ผลดีต่อริมฝีปาก จากนั้นล้างออกแล้ว
บำรุงด้วยลิปบาล์มอีกครั้ง


- อบไอน้ำสมุนไพร


อบไอน้ำแบบประหยัด คือ นำใบมะกรูด ข่า ขิง มะนาว   มาต้มในหม้อให้พออุ่น จาก

นั้นวางพักในจุดที่พอก้มหน้าให้ไอร้อนสัมผัสผิวได้อ่อน ๆ  หรืออาจจะนำผ้ามาคลุม
ศีรษะและหม้อน้ำให้ไอน้ำไม่ระเหยเร็วก็ได้ ความร้อนและสมุนไพร  จะช่วยเปิดรูขุม
ขนและดีท็อกซ์ให้ผิวหน้าให้สะอาดสดใส ล้างหน้าด้วยน้ำเย็นเพื่อกระชับผิวอีกรอบ


- ผลไม้เพื่อผมสวย


นำกล้วยน้ำว้า แตงโม น้ำส้ม และน้ำมะกรูด มาบดผสมรวมกัน แล้วนำมาหมักเส้นผม

ทิ้งไว้ 10-15 นาที ล้างออก จะทำให้เส้นผมมีได้กลิ่นหอม ๆ จากผลไม้แล้ว ยังทำให้
เส้นผมได้รับคุณค่าบำรุงใหม่ ๆ 


❀เกร็ดความรู้ กลเม็ดพิชิตกลิ่นปาก ❀ 

   *  อย่าปล่อยให้ปากแห้ง เพราะเมื่อปากแห้งความเข้มข้นของแบคทีเรียในปาก

      จะเพิ่มมาก ทำให้เกิดกลิ่นปากได้ง่าย
   *  ดื่มน้ำมาก ๆ ช่วยล้างแบคทีเรียออกจากน้ำลาย
   *  แปรงฟันทุกครั้งหลังอาหาร   และอย่างลืมแปรงด้านบนของลิ้น   อันเป็นที่

      เกิดของแบคทีเรียด้วย ถ้าไม่สะดวกจะแปรงฟัน   ให้บ้วนปากด้วยน้ำเปล่าหรือ
      น้ำยาบ้วนปาก
   *  เคี้ยวหมากฝรั่งชนิดที่ไม่มีน้ำตาล เคี้ยวใบผักชีฝรั่งหรือกานพลูหลังอาหาร
   *  งดอาหารกลิ่นแรง เช่น กระเทียม หอมใหญ่ พริกไทย และเนยแข็ง
   *  หลีกเลี่ยงการดื่มกาแฟ หรือเครื่องดื่มอื่น ๆ ที่ทำให้เกิดกลิ่นปาก
   *  กินอาหารให้ครบหมู่ แม้ว่าคุณจะกำลังลดความอ้วนอยู่ก็ตาม
   *  เลิกสูบบุหรี่

   *  ตรวจสุขภาพฟันสม่ำเสมอ


❀ผลไม้ 10 อันดับแรกที่มีเบต้าแคโรทีนสูง❀

  1)    มะม่วงน้ำดอกไม้สุก       

  2)    มะเขือเทศราชินี       
  3)    มะละกอสุก      
  4)    กล้วยไข่
  5)    มะม่วงยายกล่ำ                

  6)    มะปรางหวาน                  
  7)    แคนตาลูปเนื้อเหลือง
  8)    มะยงชิด                       

  9)    มะม่วงเขียวเสวยสุก                    
10)    สับปะรดภูเก็ต


ผลไม้ทั้งหมดนี้มีเนื้อสีเหลืองและสีเหลืองเข้มผักผลไม้ที่มีสารเบต้าแคโรทีน สูง
ผลไม้ที่มีสีเขียวและสีเหลือง จะช่วยป้องกันมะเร็งหลอดอาหาร กล่องเสียง   และ
มะเร็งปอดได้   ส่วนเบต้าแคโรทีน ซึ่งเป็นสารที่ร่างกายนำไปใช้สร้างวิตามินเอนั้น
จะช่วยป้องกันการเกิดอนุมูลอิสระ สาเหตุของโรคมะเร็ง สารชนิดนี้มีมากในพืชผัก
สีแดง เหลือง ส้ม หรือเขียวเข้ม   เช่น  ผักบุ้ง  ตำลึง แครอท  ฟักทอง  มะละกอสุก
แอปเปิ้ล  ซึ่งผักผลไม้เหล่านี้ยังให้กากใย    มีผลดีต่อการกำจัดพิษที่คั่งค้างในร่าง
กายได้ด้วย

 

❀8 ขั้นตอน เพื่อผิวหน้าสะอาดหมดจด  ❀
 
1. เลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสมกับผิวหน้า 

สาว ๆ ควรรู้ว่าผิวหน้าของตัวเองมีสภาพแบบไหน ผิวแห้ง มัน หรือ บอบบางแพ้
ง่าย     ดังนั้นเพื่อไม่ให้เกิดปัญหาผิวตามมา   คุณควรเลือกผลิตภัณฑ์ทำความ
สะอาดให้เหมาะกับผิวหน้าของคุณนะคะ โดยเฉพาะสาว ๆ ที่มีผิวแพ้ง่าย ควรใส่
ใจกับผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดเป็นพิเศษ เพื่อป้องกันการเกิดผด ผื่น สิว   หรือ
อาการแพ้ทางผิวหนัง

2. Makeup Remover ผลิตภัณฑ์ล้างเครื่องสำอาง

จำเป็นสำหรับสาวที่ต้องแต่งหน้าทุก ๆ วัน   เพราะจะช่วยทำความสะอาดเครื่อง
สำอางที่อุดตันอยู่บนใบหน้าได้ง่ายขึ้น แต่สำหรับวันไหนที่ไม่แต่งหน้าไม่จำเป็น
สำหรับสาว ๆ เลยนะคะ เพราะแค่การล้างหน้าด้วยโฟมหรือเจลล้างหน้าก็พอแล้ว

3. ควรล้างหน้าด้วยโฟม เจล หรือสบู่ล้างหน้าอีกครั้ง
 
หลังจากคุณล้างเครื่องสำอางเรียบร้อยแล้ว    ไม่ใช่ว่า Makeup Remover   ทำ
ความสะอาดผิวได้ไม่หมดจด แต่ มีไว้ล้างเครื่องสำอางออกจากผิวหน้าซึ่งอาจ
ไม่ได้มีคุณสมบัติในการทำความสะอาดผิวอย่างแท้จริง   ดังนั้น   หากวันไหนที่
แต่งหน้า ให้ทำความสะอาดผิว 2 ขั้นตอน คือล้างเครื่องสำอาง    และทำความ
สะอาดผิวอีกครั้ง

4. คุณควรนวดโฟม เจล หรือสบู่ให้ทั่วใบหน้า 
นานประมาณ 1 นาที เพื่อให้ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดได้ซึมซับเข้าไปทำความ
สะอาดในรูขุมขน

5. ในการล้างหน้าด้วยน้ำสะอาด คุณอาจต้องล้างหลายครั้ง

หากใช้วิธีการรอน้ำจากอ่างล้างมือขึ้นมาล้างหน้า   แต่หากเป็นการล้างหน้าตอน
อาบน้ำ แนะนำให้คุณใช้ฝักบัวล้างหน้าขณะอาบน้ำดีกว่า เพราะมั่นใจได้ถึงความ
สะอาดจริง ๆ

6. โทนเนอร์เช็ดหน้า 
อาจไม่ได้จำเป็นกับสาว ๆ ทุกคน ขึ้นอยู่กับสภาพผิวของแต่ละคนด้วย ดังนั้น หาก
คุณล้างหน้าให้สะอาดหมดจดแล้ว โทนเนอร์เช็ดหน้าไม่ได้จำเป็นกับผิวคุณเลย
ยกเว้นโทนเนอร์บางตัวที่มีคุณสมบัติเปิดรูขุมขนเพื่อเตรียมผิวเข้าสู่ขั้นตอนการ
บำรุงผิวต่อไป


7. โฟมล้างหน้าที่มีเม็ดบีดส์สครับผิว 
อาจทำร้ายผิวหน้ามากกว่าทำความสะอาดผิว   แม้จะมีโฟมสครับหลายตัวที่บอก
ว่าสามารถใช้ได้ทุกวันก็ตามที แต่โฟมล้างหน้าประเภทนี้ จะขัดผิวคุณไปด้วย ซึ่ง
คุณก็รู้ดีว่าการขัดผิวนั้นไม่ควรทำทุกวันอยู่แล้ว ดังนั้น โฟมล้างหน้าประเภทนี้ไม่
ได้จำเป็นเลยค่ะ หรือหากคุณอยากใช้จริง ๆ ควรใช้เพียงสัปดาห์ละ 2 - 3 ครั้งเท่า
นั้นก็เพียงพอ

8. เช็ดหน้าให้แห้ง ด้วยการค่อย ๆ ซับหน้าเบา ๆ 
ด้วยผ้าสะอาด และทางที่ดี    ผ้าเช็ดหน้ากับผ้าเช็ดตัว   ไม่ควรเป็นผ้าผืนเดียวกัน
เพราะผิวหน้านั้นบอบบางกว่าผิวส่วนอื่น 



❀วิธีสังเกตอาการผิดปกติของร่างกายจากเล็บ ❀

1. เล็บมีลักษณะสีขาวเป็นแผ่นตรงกลาง 
:อาจมีความผิดปกติกับตับ หรือมีโรคที่เกี่ยวกับการทำงานของตับผิดปกติ


2. เล็บมีลักษณะหนากว้าง โค้งตามลักษณะของปลายนิ้วที่โตขึ้นและมีสีม่วงคล้ำ 
: ลักษณะแบบนี้พบมากในผู้ป่วยโรคหัวใจ โรคตับ และโรคท้องเสียเรื้อรัง

3. เล็บมีลักษณะเป็นหลุม ขรุขระ ไม่เรียบเกลี้ยงเกลา 
: อาจเป็นโรคผิวหนังที่เรียกว่าสะเก็ดเงิน หรือเรื้อนกวาง เพราะลักษณะแบบนี้จะพบ
  ในผู้ป่วยโรคผิวหนังถึง70%

4. เล็บมีลักษณะขาวซีด อ่อน แบนและบุุุ๋ม 
: ลักษณะแบบนี้   พบมากในคนที่ขาดธาตุเหล็ก ซึ่งมักจะเป็นโรคโลหิตจาง

5. เล็บมีลักษณะเป็นสีเหลือง
:  ถ้าพบลักษณะแบบนี้ในเล็บบนนิ้วมือที่ถนัด   อาจเป็นเพราะสารนิโคติน  ที่มาจาก
  บุหรี่เกาะบนเล็บที่ใช้คีบบุหรี่ ลักษณะนี้จะพบมากในผู้ป่วยโรคปอด

6. เล็บมีลักษณะเป็นจุดหรือเส้นสีม่วง ที่เกิดจากเส้นเลือดฝอยแตก 
:  จะพบมากในผู้ป่วยโรคลิ้นหัวใจอักเสบ  โรคลิ้นหัวใจตีบ  โรคหลอดเลือดอักเสบ 
   และโรคขาดวิตามินซี

7. เล็บมีลักษณะเป็นดอกหรือจุดขาวๆ หรือเป็นเสี้ยวพระจันทร์ 
: อาจขาดสารอาหารบางอย่างที่ทำให้เซลล์สร้างเล็บได้ไม่สมบูรณ์     หรือกำลังมี
  ปัญหาสุขภาพ อาจจะมีโรคภายในที่ทำให้เจ็บป่วยหนักขึ้น

8. เล็บมีลักษณะสีดำ 
: ส่วนมากพบในคนที่ขาดวิตามินบี12 และในผู้ป่วยโรคลำไส้ผิดปกติ อาจมีจุดดำๆ 
  เกิดขึ้นตามเนื้อเยื่อของลำไส้เยื่อบุปากและริมฝีปาก


 

❀วิธีแก้ผมร่วง  ❀

วิธีแก้ผมร่วง จากเกลือ
หากผมร่วงผิดปกติในขณะที่หวีผม  หรือแม้แต่เอามือลูบผมก็ร่วงติดมือมา  ให้เอา
เกลือผสมน้ำอุ่นใส่ให้ทั่วศีรษะ    นวดให้รู้สึกศีรษะร้อนแล้วค่อยล้างออก   ก่อนใส่
ควรสระผมเสียก่อนสักครั้งหนึ่ง   จะเห็นได้ว่าแค่เกลือแกงที่มีอยู่กันทุกครัวเรือน ก็
สามารถแก้ปัญหาผมร่วงได้ และยังประหยัดค่าใช้จ่ายอีกด้วย 


วิธีแก้ผมร่วง จากขิง                                                                                                                                    เอาเหง้าขิงขนาดเท่าหัวแม่มือมาอังไฟให้อุ่นจัด แล้วนำไปบดให้ละเอียด จากนั้น
ก็นำมาทาให้ทั่วหนังศีรษะ น้ำมันในขิงจะช่วยกระตุ้นการงอกของเส้นผมทำให้ผม
ที่ขึ้นมาใหม่มีความแข็งแรงด้วย รู้อย่างนี้แล้ว  ใครที่อยากแก้ผมร่วงก็ลองนำวิธีที่
แนะนำไปปฏิบัติกันได้

วิธีแก้ผมร่วง ด้วยน้ำเปล่า
ก่อนอื่นต้องเลิกใช้แชมพูทุกชนิด แล้วสระด้วยน้ำเปล่า นวดเบาๆ เช้าเย็นประมาณ
3 วัน ผลของการสระด้วยน้ำเปล่า ผมมันขึ้น ตามธรรมชาติ และรู้สึกไปเอง ณ เวลา
นี้ว่า ร่วงน้อยลง เวลาสระก็ค่อยๆสระ แต่รู้สึกสบายหัว 


❀4 สูตรหน้าใสมาฝากเป็นเคล็ดลับให้ลองทำ ❀

1. สูตรเพิ่มความสดชื่นเปล่งปลั่งให้กับผิวหน้า
ให้ล้างหน้าด้วยน้ำอุ่นจนสะอาด จากนั้นนำแอปเปิ้ลที่ยังไม่ปลอกเปลือกครึ่งผลมา

ปั่นพอละเอียด  นำมาพอกหน้าเว้นเปลือกตา ทิ้งไว้ประมาณ 25 นาที แล้วล้างออก 

2. สูตรลดริ้วรอย ทำให้หน้านวลใส
ให้นำแอปเปิ้ลครึ่งผลมาปั่นพอละเอียด จากนั้นก็มะนาวมาคั้นเอาแต่น้ำประมาณ 1

ช้อนชาใส่ลงไป แล้วผสมให้เข้ากัน   จากนั้นนำมาพอกให้ทั่วหน้า  เว้นบริเวณรอบ
ดวงตาไว้ ทิ้งไว้ 10 นาที แล้วล้างออก 

3. สูตรหน้าเด้ง ไม่หยาบกร้าน
นำโยเกิร์ต 3 ช้อนโต๊ะมาผสมกับมะเขือเทศลูกเล็ก ๆ ประมาณ 3 ลูก ปั่นโยเกิร์ตกับ

มะเขือเทศพอละเอียด แล้วนำมาพอกหน้าให้ทั่ว โดยเว้นรอบดวงตา ทิ้งไว้15 นาที
แล้วล้างออก 

4. สูตรขัดหน้าขาว และลดริ้วรอยหมองคล้ำ 
นำโยเกิร์ต 1 ถ้วย  แล้วผสมกับเกลือป่นละเอียด1ชต ผาสมให้เข้ากัน นำมาพอกให้

ทั่วใบหน้า แล้วนวด ให้ทั่ว 5 นาที   ทิ้งไว้อีก 5 นาที แล้วล้างออก   ทำเดือนละครั้ง
กำลังดี คล้ายๆ กับการสครับหน้า




❀20 ไอเดียง่าย ๆ ช่วยคุณเผาผลาญแคลอรี ❀

1. อย่าปล่อยให้ปริมาณอาหารกำหนดการกินของคุณ เพราะปริมาณอาหารไม่
ใช่สิ่งที่ร่างกายต้องการ ทุกมื้ออาหารควรทานให้อิ่มพอดี ๆ  อย่าให้ถึงกับรู้สึกอึดอัด 
และไม่ต้องเสียดายอาหารที่เหลือในจาน   แต่ให้คิดเสียว่าอาหารที่เหลือต่อวัน   คือ
แคลอรีที่คุณสามารถลดได้
2. หาน้ำดื่มทุกครั้งก่อนที่คุณจะหาขนมนมเนยเข้าปาก ถ้าทำได้ จะช่วยคุณได้
มากทีเดียว ทั้งลดความอ้วนและประหยัดค่าขนมไปในตัวด้วย

3. กฎเหล็กของการลดความอ้วนคือ การตัด ABC ออก   A  หมายถึง   Alcohol 

(แอลกอฮอร์), Bหมายถึง Bread (ขนมปัง) และ C carbohydrates (คาร์โบไฮเดรต)
4. ปล่อยให้ตู้เย็นโล่งสะอาดตา   โดยหาเพียงสิ่งที่ทานแล้วมีประโยชน์ต่อร่างกาย 
หรือทานแล้วช่วยให้คุณดูสวยขึ้น  เช่น  หาผลไม้หรือน้ำผลไม้ประดับตู้เย็นแทนขนม
เค้ก  นมพร่องไขมันเนย   และน้ำแร่แช่แทนน้ำอัดลม  และที่สำคัญ  ควรหาภาพนาง-
แบบหุ่นดีๆ ใส่เสื้อผ้าโชว์สัดส่วนโค้งเว้า มาติดตู้เย็นแทนแม่เหล็ก

5. ทานอาหารเช้าเป็นประจำ   เพราะอาหารเช้าสามารถช่วยให้คุณทานอาหารมื้อ

อื่น ๆ ได้น้อยลง

6. ฟังดนตรีเพลงโปรด (เพลงช้าๆ) เปรียบเสมือนได้รับประทานอาหารรสเยี่ยม ที
นี้เมื่อคุณเกิดอาการอยากอาหาร ให้ลองเปลี่ยนมาฟังเพลงเพราะแทน
7. เตือนความจำตัวเองด้วยการนำชุดตัวเก่งที่คุณใส่ได้เมื่อครั้งยังผอม แขวน
ในตู้เสื้อผ้าที่คุณสามารถเห็นได้ชัดทุกวัน    เพื่อเตือนความจำให้คุณอยากกลับมาใส่
ชุดนี้อีกครั้ง
8. เมื่ออยู่ห้องแอร์เย็นๆ ให้หาน้ำขิงหรือชาเขียวดื่มแทน กาแฟ   กาแฟหนึ่งถ้วย 
เปรียบเสมือนทานข้าวไปสองจาน 

9. นอนหลับพักผ่อนให้เต็มที่และเต็มตา เพราะผู้หญิงเรา หากได้นอนหลับเพียงพอ 
ร่างกายจะสามารถเพิ่มระบบเผาผลาญได้มากขึ้นจากปกติถึง 40% เชียวนะ
10. ก่อนเข้าซุปเปอร์มาเก็ตทุกครั้ง ควรจดรายการที่ต้องการ และซื้อตามรายการ
ที่จด  แทนการเลือกซื้อแบบตามใจฉันจะนึกออก ณ ตอนนั้น หากตั้งใจช้อปของไม่มาก 
แนะนำให้ถือตระกร้าแทนรถเข็น เพราะนอกจากจะช่วยให้คุณได้ออกแรงแล้ว ยังช่วยไม่
ให้คุณเลือกซื้อของเกินรายการที่ต้องการอีกด้วย
11. หลีกเลี่ยงการอยู่หรือทำงานในเวลากลางคืน เนื่องจาก แสงของยามค่ำคืนและ
การนอนดึกจะยิ่งทำให้คุณอยากทานของจุกจิก  หรือหิวระหว่างคืนได้   แต่หากคุณต้อง
การดูหนังในเวลากลางคืนก็สามารถทำได้ด้วยการเปิดไฟดวงน้อยเมื่อหนังจบก็สามารถ
ดับไฟนอนได้เลย
12. เปลี่ยนขนมจุกจิกเป็นลูกอม  เพราะลูกอมมีแคลอรีเพียง 20 แคลอรี และสามารถ
ช่วยให้คุณหายหิวได้ถึง 20 นาที
13. เติมความสดชื่นด้วยชาเขียว    เพราะชาเขียวทำให้ร่างกายเผาผลาญแคลอรีได้
มากขึ้น ควรหาชาเขียวมาดื่มร้อนๆ สักสามถ้วยต่อวัน

14. ทำเรื่องกินให้เป็นเรื่องใหญ่    โดยไม่ทานอาหารในขณะที่กำลังทำกิจกรรมอื่น ๆ 
เช่น  ดูทีวี อ่านหนังสือ หรือเล่นอินเทอร์เน็ต หากต้องการกิน ก็ควรนั่งกินบนโต๊ะอาหาร
อย่างเป็นเรื่องเป็นราว

15. หาเวลาสัก 20 นาทีต่อวัน สำหรับการเดินเล่น ชมสวน    หรือนั่งเล่นท่ามกลาง
บรรยากาศธรรมชาติ วิธีนอกจากจะได้สูดอากาศบริสุทธิ์แล้ว   ยังช่วยเผาผลาญแคลอรี
ต่อวันได้อีกด้วย
16. ฝึกที่จะใช้บันไดแทนลิฟ   หากคุณทำงานหรือเรียนอยู่บนชั้นสูงๆ ให้ขึ้นลิฟไปถึง
ก่อนชั้นทำงานหรือชั้นเรียนอย่างน้อย 2 ชั้นที่เหลือให้ใช้บันไดแทน
17. ปลดปล่อยอารมณ์ให้สุดเหวี่ยงขณะขับรถ    โดยการฟังเพลงแดนซ์เพลงโปรด
ของคุณ ร้องออกมาดัง ๆ  แล้วขยับร่างกายตามจังหวะเพลง   ไม่ต้องไปสนใจใครหรอก 
โดยเฉพาะหากรถยังแล่นอยู่
18. ยุ่งนัก หาเวลาออกกำลังไม่ได้  ให้หาถุงเท้าสบาย ๆ แล้วใส่อยู่บ้าน  แล้วโลด
แล่นให้ทั่วพื้นบ้าน   จินตนาการว่ากำลังเล่นสเก็ตอยู่ เพียง 10 นาที ก็ช่วยคุณเผาผลาญ
แคลอรีได้ถึง 150แคลอรี
19. หาวีซีดีออกกำลังกายสักหนึ่งชุดเพื่อเต้น เปลี่ยนห้องของคุณให้กลายเป็นเฮ็ลท์
คลับส่วนตัว

20. เปลี่ยนนิสัยขี้เกียจ แล้วเริ่มหัดทำงานบ้านเสียบ้าง เพราะทุกสิ่งที่คุณทำล้วนเปรียบ
เสมือนได้ออกกำลังกายและเผาผลาญแคลอรี




❀หยิบสวยจากตู้เย็น❀

สูตร 1 ผิวกายที่ว่าหมองและหยาบกระด้าง   จัดการขัดให้ใสนุ่มด้วยมะขามเปียก 
โดยฉีกเอามะขามเปียกเหนียวๆมาประมาณ 2 ช้อนโต๊ะ   แกะเม็ดและใยออกจนเหลือ
แต่เนื้อล้วนๆชโลมผิวด้วยน้ำ แล้วใช้เนื้อมะขามเปียกขัดให้ทั่วตัวเลย ทิ้งไว้ 2-3 นาที
แล้วล้างออก ผิวจะเนียนใสดังใจ

สูตร 2 คนที่มีผิวกายแห้งมาก ๆ  บดกล้วยที่สุกงอมผสมกับเบบี้ออยล์ ถ้ามีงาขาวก็

ให้ผสมลงไปด้วยเล็กน้อย นำมาพอกตัว ตรงไหนแห้งมากก็พอกทิ้งไว้เลยประมาณ10 
นาที จากนั้นค่อยๆใช้มือถูวนตรงบริเวณที่พอกแล้วค่อยล้างออก   จะช่วยขัดผิวที่แห้ง
ลอกออกไปพร้อมกับบำรุงผิวให้ชุ่มชื้น

สูตร 3 วิธีแก้ไขขอบตาคล้ำๆ  นอกจากจะใช้แตงกวาแล้ว ยังสามารถใช้มันฝรั่งฝาน

บางๆแล้ววางบนเปลือกตาทั้งสองข้าง ทิ้งไว้ 10-15 นาที รอบดวงตาจะชุ่มชื้นขึ้น ลด
รอยหมองคล้ำได้


สูตร 4 กระชับรูขุมขนแก้ผดผื่น   ใช้ดินสอพอง บดให้ละเอียดเลยนะคะแล้วหยิบนม
สดเย็น ๆ  มาผสมให้เข้ากันจนได้เนื้อแป้งเหนียว ๆ   สำหรับคนผิวแห้ง  จะเติมน้ำผึ้งอีก
หน่อยก็ได้ เอามาพอกหน้าทิ้งไว้ 15-20 นาที แล้วจึงล้างออกให้สะอาด  ดินสอพองจะ
ช่วยบรรเทาผดผื่น   กระชับรูขุมขนทำให้หน้าเนียน   ส่วนนมสดจะช่วยให้ผิวนุ่ม  น้ำผึ้ง
ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิว

สูตร 5 กินมะเขือเทศมากๆแก้มจะเปล่งปลั่งอมชมพูใส   ถึงแม้ไม่ได้กินเข้าไป แค่

เอามาแปะๆไว้ที่ผิวหน้าก็ช่วยให้สวยได้แล้ว   ฝานมะเขือเทศเป็นแว่นบางๆ แปะลงทั่ว
ใบหน้า ทิ้งไว้ประมาณ 20 นาที จึงล้างออกหรือจะคั้นเอาแต่น้ำมะเขือเทศสดมาทาผิว
หน้าทิ้งไว้ แล้วล้างออก

สูตร 6 อยากผิวหน้านุ่มใส   ลองเอาน้ำผึ้งผสมไข่ขาวทาทั่วใบหน้า เว้นรอบดวงตา 

ทิ้งไว้จนแห้งแล้วจึงล้างออกด้วยน้ำอุ่น

สูตร 7 ลดความมันบนใบหน้า   เอามะนาวผสมกับดินสอพอง   ใช้มือบี้ให้เข้ากันจน

เป็นเนื้อแป้งเหนียว ๆ  เสร็จแล้วทาลงบนใบหน้า   เว้นเฉพาะรอบดวงตา   ทิ้งไว้จนเนื้อ
แป้งแห้งสนิทแล้วค่อยล้างออก   ทำเป็นประจำจะช่วยลดความมันบนใบหน้า ทำให้ผิว
ใสขึ้น

สูตร 8 สำหรับผิวเผชิญแดด  แตงกวาเป็นผักที่ให้ความเย็นและความชุ่มชื่น  เหมาะ

มากสำหรับผิวที่เผชิญแดดจนระอุและอ่อนล้า    นำแตงกวาสดจากตู้เย็นมาล้างให้สะ-
อาด  ปอกเปลือกออก  แล้วบดละเอียด  พอกผิวหน้าไว้ประมาณ 15-20 นาที   จึงล้าง
ออก   จะช่วยปลอบประโลมให้ผิวผ่อนคลายและเย็นขึ้น

สูตร 9 สำหรับคนผิวหน้ามัน  บดมันฝรั่งดิบให้ละเอียด  ผสมน้ำอุ่นเล็กน้อย ก่อนนำ

มาทาลงบนใบหน้า  ให้ทาผิวหน้าด้วยเบบี้ออยล์บาง ๆ ก่อน   มาส์กทิ้งไว้ประมาณ 20 
นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำอุ่น เท่านี้ผิวก็กระชับเต่งตึงและเรียบเนียน

สูตร 10 บำรุงเส้นผมให้ดกดำนิ่มสลวยด้วยมะกรูด เพียงแค่ผ่ามะกรูดเป็นสองซึก

แล้วคั้นเอาแต่น้ำ (กรองเม็ดและกากออก) หลังจากสระผมจนสะอาด  นำน้ำมะกรูดมา
นวดเส้นผมและหนังศรีษะ   หมักทิ้งไว้ 5-10 นาที   แล้วจึงล้างออก   สำหรับคนที่หนัง
ศรีษะมันมากๆ ไม่จำเป็นต้องใช้ครีมนวดผมตาม จะช่วยลดอาการคันศรีษะได้ด้วย

สูตร 11 สูตรผิวสดชื่น เปล่งปลั่ง   ใช้ส้มเขียวหวานเย็น ๆ นำมาปอกเปลือก แกะเป็น

กลีบๆ ลอกใยและแคะเมล็ดออก  แปะลงบนใบหน้าทิ้งไว้สัก 15-20 นาที จะรู้สึกสดชื่น
ขึ้นทันที ถ้าทำบ่อยๆสัปดาห์ละครั้ง ติดกันประมาณ 3 เดือน ผิวจะดูสดใสเปล่งปลั่งขึ้น

สูตร 12 
สูตรผลัดเซลล์ผิวเก่าให้ผิวหน้าใสขึ้น ถ้าทำเป็นประจำจะช่วยลดริ้วรอยตื้น
ใช้มะขามเปียก (แต่ต้องระมัดระวังหน่อย โดยเฉพาะคนที่แพ้สารAHA นี่ไม่ควรใช้)  วิธี
การคือเอามะขามเปียกมาแช่น้ำ   แล้วคั้นเอาแต่น้ำมาผสมกับโยเกิร์ตรสธรรมดา  พอก
หน้าทิ้งไว้ 5-10 นาที ระหว่างพอกถ้ารู้สึกคันมากจนแสบให้รีบล้างออก 

สูตร 13 แอปเปิ้ลบด ไข่ไก่และนมสด    เอามาผสมรวมกันพอกหน้าไว้ 15 นาที ล้าง

ออกให้สะอาด นอกจากจะเป็นมาส์กที่มีกลิ่นหอมมากๆแล้วผิวหน้าจะนุ่มขึ้นทันที

สูตร 14 น้ำเย็น 1 ขวด ใช้ล้างหน้าเป็นประจำ เช้า-เย็น จะช่วยให้ผิวตื่นตัว  รูขุมขน

กระชับขึ้น  แถมยังช่วยประโลมผิวที่อ่อนล้าจากการสัมผัสมลภาวะและความเครียดได้

สูตร 15 ผิวหน้าแพ้เป็นผื่นคันเนื่องจากใช้เครื่องสำอางไม่เหมาะกับผิว ลองใช้

ไข่ขาวเนื้อหยุ่นๆพอกเฉพาะบริเวณที่แสบคัน   ทิ้งไว้ประมาณ 5 นาที  แล้วล้างออกให้
สะอาดด้วยน้ำเปล่า จะช่วยบรรเทาอาการแสบคันได้บ้าง แต่หลังจากนั้นควรไปปรึกษา
แพทย์ผิวหนัง

สูตร 16 ว่านหางจระเข้   เพราะวุ้นใส ๆ ที่ปอกเปลือกแล้ว ใช้รักษาแผลสดได้ดีมาก ๆ

แถมยังรับประทานได้ด้วย  นอกจากนี้วุ้นใสยังช่วยบำรุงให้ผิวพรรณเปล่งปลั่ง รักษาสิว
อักเสบได้  เพียงแค่เอาเมือกเหนียวใสจากวุ้นมาทาผิวหน้า  ทิ้งไว้จนแห้งแล้วล้างออก
ด้วยน้ำสะอาด ผิวพรรณจะชุ่มชื่นสดใส

สูตร 17 ฟื้นฟูเส้นผมจากความแห้งกรอบด้วยน้ำมันมะกอก หยดน้ำมันมะกอกลง

บนฝ่ามือ  แล้วลูบไล้บริเวณปลายผมขณะที่เปียก จากนั้นใช้ผ้าขนหนูชุบน้ำอุ่นจัดโพก
ศรีษะทิ้งไว้ 15นาที สระออกด้วยแชมพูอย่างอ่อน เส้นผมจะนุ่มสลวยและเงางาม




╬♥═╬╬═♥╬╬♥═╬╬═♥╬╬♥═╬╬♥═╬╬♥═╬╬═♥╬╬♥═╬╬═♥╬╬♥═╬╬═♥╬╬♥═╬╬♥═╬╬♥═╬╬═♥╬ 


(ขอบคุณข้อมูลความรู้จากเว็บต่าง ๆ)


╬♥═╬╬═♥╬╬♥═╬╬═♥╬╬♥═╬╬♥═╬╬♥═╬╬═♥╬╬♥═╬╬═♥╬╬♥═╬╬═♥╬╬♥═╬╬♥═╬╬♥═╬╬═♥╬ 



ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น